วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ไลก้าสุนัขอวกาศ ก้าวแรกสำคัญของมนุษยชาติ

          เมื่อ 58 ปีที่แล้ว มหาอำนาจของโลกด้านเศรษฐกิจ กองทัพ และอวกาศ คือ สหภาพโซเวียต(ปัจจุบัน รัสเซีย) และอเมริกา เมื่อกล่าวถึงสหภาพโซเวียตผู้กำเนิดเทคโนโลยีด้านอวกาศ ได้ส่งดาวเทียมดวงแรกของโลก ชื่อว่า สปุตนิก 1(Sputnik 1ในวันที่ ตุลาคม พ.ศ. 2500 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี


หลังจากความสำเร็จของสปุตนิก 1ในเดือนตุลาคม นิกิตาครุชเชฟ (Nikita_Khrushchev)ผู้นำโซเวียตต้องการเปิดตัวและส่งยานอวกาศให้ทันภายในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2500  ซึ่งเป็นวันครบรอบ 40 ปีของการปฏิวัติบอลเชวิค การก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้นและระบบมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าสปุตนิก ครุชเชฟ( Khrushchev) กล่าวว่าโครงการสปุตนิก 2ซึ่งเป็นภารกิจที่จะย้ำชัยชนะของสปุตนิก 1เหนือคู่แข่ง โซเวียตตัดสินใจอย่างเป็นทางการที่จะเปิดตัวสปุตนิก 2 ในวันที่ 10 ตุลาคมเหลือเพียง สัปดาห์ในการออกแบบและสร้างยานอวกาศสปุตนิก 2
โครงการส่งมีชีวิตขึ้นไปอวกาศเริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ.2494 พวกเขาได้ทดลองยิงจรวดให้เข้าสู่วงโคจรพร้อมกับสุนัข(ทดลองสุนัขประมาณ 12 ตัว)  สมัยนั้นมีข้อมูลน้อยมากถึงผลกระทบของการบินอวกาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิตในในขณะนั้นเทคโนโลยีในการผละออกจากวงโคจรยังไม่ถูกพัฒนา จึงไม่มีการคาดว่าสิ่งมีชีวิตจะรอด นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามนุษย์จะไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้จากการปล่อยหรือสภาพของอวกาศ ดังนั้น วิศวกรจึงมองว่าเที่ยวบินที่ส่งสัตว์ขึ้นสู่อวกาศด้วยนั้นจำเป็นก่อนภารกิจของมนุษย์

ยานอวกาศสปุตนิค ได้ติดตั้งระบบออกซิเจนและอุปกรณ์ขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พัดลมที่จะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิภายในสูงเกิน 15 องศาเซลเซียส อาหารแบบเยลลี่ถูกจัดให้พอดีใน 7 วัน ห้องโดยสารพอดีกับตัวเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว พร้อมอุปกรณ์ตรวจอัตราการเต้นหัวใจ เครื่องวัดอัตราการหายใจ เครื่องวัดความดันโลหิต และเครื่องตรวจสอบการเคลื่อนไหวของสุนัข ยานอวกาศได้ติดตั้งเครื่องมือสำหรับการวัดรังสีดวงอาทิตย์และรังสีคอสมิกด้วย
นักวิทยาศาสตร์โซเวียตได้ทำการคัดเลือกสุนัขจรจัดได้แก่ ไลก้า(Laika),อัลบินา(Albina)และมัชก้า(Mushka) สาเหตุที่เลือกสุนัขพันธ์ดังกล่าว เพราะสามารถทนต่อสภาวะอากาศหนาวและความหิวโหยได้ สุดท้ายไลก้า(Laika)จึงได้รับเลือกให้เป็นสุนัขหนึ่งในสามตัวที่ได้รับการฝึกสำหรับปฏิบัติภารกิจนี้

ไลก้า(Laika) เป็นสุนัขเพศเมีย อายุ ปี พันธ์ผสม(ฮัสกี้,มองเกรล,ซามอยด์) น้ำหนัก กก. เดิมชื่อว่า Kudryavka  เป็นสุนัขจรจัดข้างถนนที่ถูกพบในกรุงมอสโก ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นไลก้า ตามชื่อพันธุ์สุนัขที่ใช้ล่าสัตว์ในรัสเซีย ไซบีเรีย และสแกนดิเนเวีย

ภาระกิจการทดสอบ
ไลก้า(Laika) ถูกวางตัวเป็น "สุนัขเที่ยวบิน" เพื่อเสียสละในภารกิจเที่ยวเดียวไปยังอวกาศ อัลบินา(Albina) ทำหน้าที่เป็นตัวสำรองของไลก้า และมัชก้า(Mushka) เป็น "สุนัขควบคุม” จะอยู่บนภาคพื้นดินใช้ในการทดสอบการวัดและการสนับสนุนระบยังชีพ
ก่อนที่จะปฏิบัติภารกิจ ดร. วลาดิมี ยาดอฟสกี้ (หนังสือเรื่องราวของยานอวกาศของโซเวียต) เขียนว่า ระหว่างที่ไลก้าเล่นกับลูก ๆ ของเขา  เขากล่าวว่า "ฉันอยากจะทำสิ่งที่ดีสำหรับเธอ เธอมีเวลาน้อยมากที่เหลืออยู่"

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อฝังเซ็นเซอร์วัดการหายใจ การเต้นของหัวใจและความดันโลหิต สุนัขจะต้องมีการบินครั้งแรกบนเครื่องบิน Tu-104 โดยมีการฝึกอย่างต่อเนื่อง สุนัขที่ถูกวางไว้ในเครื่องหมุนเหวี่ยงที่จำลองการเร่งความเร็วของจรวด ทำให้เกิดการเต้นของชีพจรเป็นสองเท่าและความดันเลือดเพิ่มขึ้น 30-65 Torr สุนัขที่ได้รับการฝึกฝนจะกินเยลลี่ชนิดพิเศษที่มีคุณค่าทางโภชนการสูง หลังจากนั้นจะทำการฝึกให้อยู่ในแคปซูลเพื่อจะได้คุ้นเคยกับระบบการให้อาหาร สุนัขจะปรับตัวในห้องโดยสารขนาดเล็กเป็นระยะเวลาถึง 20 วัน

ตามรายงานขององค์การนาซ่า ก่อนเดินทางเกิดอุปสรรคทางเทคนิคเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1957 ไลก้าต้องนั่งอยู่ในแคปซูลนานถึง วัน จนต้องติดตั้งสายยางจากภายนอกให้เข้าไปในแคปซูลเพื่อให้อากาศอบอุ่น ก่อนที่จะส่งยานอวกาศขึ้นไปนักวิทยาศาสตร์ได้ดูแลเธอเป็นอย่างดี
หนึ่งในช่างเทคนิคยานอวกาศ ก่อนที่จะส่งไปยังวงโคจรกล่าวว่า "หลังจากที่วางไลก้าในแคปซูล เราจูบจมูกของเธอและขอให้เธอเดินทางโดยปลอดภัย พวกเรารู้ว่าเธอจะไม่รอดชีวิตกลับมา"

                และแล้วนาทีประวัติศาสตร์ของโลก กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่  3 พฤศจิกายน พ.ศ.2500 เวลา 7.22 น. ไลก้าเป็นสุนัขตัวแรกของโลกที่ได้โคจรออกนอกโลก
                แต่ความสำเร็จย่อมแรกมาด้วยการสูญเสีย ไลก้าเร่งการหายใจเพิ่มขึ้นระหว่างสามและสี่เท่าของอัตราปกติ เซ็นเซอร์แสดงให้เห็นว่าอัตราการเต้นหัวใจของเธอคือ 103 ครั้ง / นาทีและเพิ่มขึ้นถึง 240 ครั้ง / นาทีอัตราเร่งในช่วงต้น ซึ่งเป็นไปได้ว่าระบบกลางอาร์-7 (R-7 sustainer)ล้มเหลวในการแยกตัว หลังจากที่ไปถึงวงโคจร บางส่วนของฉนวนกันความร้อนฉีกขาดอุณหภูมิในห้องโดยสารเพิ่มถึง 40 ° C  หลังจากสามชั่วโมงอัตราการเต้นของชีพจรของไลก้าอยู่ที่ 102 ครั้ง / นาที ประมาณสามครั้ง ข้อมูลภาคพื้นดินบ่งบอกถึงความเครียดของเธอและมีอาการตื่นเต้น หลังจากนั้นประมาณ 5-7 ชั่วโมงไลก้าก็เสียชีวิตลง
ส่วนสปุตนิก 2 โคจรรอบโลก 2,370 รอบ โคจรเป็นวงรี ขณะอยู่ห่างจากโลกมากที่สุดเป็นระยทาง 1,671 กม. ไกลกว่า สปุตนิก 1ในตำแหน่งไกลจากโลกที่สุดเกือบสองเท่าตัว และไหม้กลางชั้นบรรยากาศโลกด้วยเวลานอกอวกาศนาน 163 วัน (14 เมษายน พ.ศ.2501)
บทสรุปการเสียชีวิตของไลก้า
โซเวียต อ้างว่าไลก้ามีชีวิตอยู่ในวงโคจรได้เพียง 4-10 วัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ไลก้าเกิดภาวะอาหารเป็นพิษและมีการสำลักอาหารหรือไม่ก็ขาดออกซิเจนเพราะเครื่องออกซิเจนแบตเตอร์รี่หมด
ในปี พ.ศ. 2543 รัสเซีย รายงานว่า ไลก้าเสียชีวิตเนื่องจากมีอาการตื่นเต้นมากเกินไป
ในวันที่ 4 ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2545 ที่ประชุมสภาอวกาศโลกในเมืองฮุสตัน มลรัฐเท็กซัส
ดิมิทริ มาลาเชนคอฟ จากสถาบันปัญหาชีวภาพในมอสโก รัสเซีย จึงได้ออกมาเปิดเผยว่า " ระหว่างการปล่อยจรวด อุปกรณ์ตรวจจับทางการแพทย์ชี้ว่าอัตราชีพจรของไลก้าสูงเป็นสามเท่าของปกติ และเมื่อเข้าสู่สภาวะไร้น้ำหนักอัตราการเต้นของหัวใจไลก้าช้าลงอย่างมาก และมันต้องใช้เวลานานกว่าที่เคยใช้ตอนฝึกกับเครื่องบนโลกนานถึงสามเท่ากว่าหัวใจจะกลับมาเต้นในอัตราเดิมจุดจบของไลก้ามาถึงราว 5-7 ชั่วโมงของการบิน(โคจรได้ รอบ)เนื่องจากความร้อนสูงเกินไป ระบบการควบคุมอุณหภูมิภายในยานอวกาศไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของระบบและเวลา
องค์กรพิทักษ์สัตว์ของตะวันตก(อาร์เอส)และสหรัฐอเมริกาออกมาประณามโซเวียตเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ เป็นประเด็นทางการเมือง ประชาชนมีการประท้วง ณ. สถานทูตสหภาพโซเวียต
โอเลก กาเซนโก หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ของโครงการที่มีส่วนรับผิดชอบในการส่งไลก้าแสดงความเสียใจในการจากไปของไลก้า การทำงานกับสัตว์ทำให้เราทุกคนลำบากใจ เราปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนเด็กทารกที่ไม่สามารถพูดได้ เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ฉันได้สำนึกและขอโทษเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราไม่สมควรจะทำมัน สุดท้ายเราไม่ได้อะไรจากปฏิบัติการครั้งนี้ ทำให้เขาต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า
วารสารทางวิทยาศาสตร์โปแลนด์ ตีพิมพ์ในปี พ.ศ.2501 วิจารณ์ถึงภาระกิจนี้ว่า “ภารกิจดังกล่าวไม่ได้อุทิศเพื่อวิทยาศาสตร์ เนื่องจากไม่ได้นำเขากลับมายังพื้นโลกด้วย น่าเศร้าและไม่ต้องสงสัยเกี่ยวกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับวงการวิทยาศาสตร์
อย่างไรก็ดี การทดลองพิสูจน์ว่าไลก้าสามารถรอดชีวิตจากการปล่อยยานขึ้นสู่วงโคจรและทนต่อสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งเป็นการกรุยทางแก่การบินอวกาศมนุษย์และให้ข้อมูลแรก ๆ บางส่วนแก่นักวิทยาศาสตร์ว่า สิ่งมีชีวิตตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมในการบินอวกาศอย่างไร


อนุสาวรีย์ไลก้า ที่สตาร์ซิตี้ ประเทศรัสเซีย สถานที่ฝึกอบรมอวกาศรัสเซีย

หลังจากการส่งสปุตนิก 2 โซเวียตก็ได้ส่งสุนัขขึ้นไปในอวกาศอีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2503  ยานสปุตนิก 5  พร้อมกับสุนัขพันธุ์ผสม ตัว ชื่อ เบลก้า (Belka) และ สเตรลก้า (Strelka) กับหนู,กระต่าย,ต้นไม้และเชื้อราจำนวนหนึ่ง ยานกลับสู่บรรยากาศโลกอย่างปลอดภัยในวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2503 หลังจากนั้นสเตรลก้ามีลูกครอกหนึ่งทางการโซเวียตได้จัดส่งลูกของสเตรลก้าให้เป็นของขวัญแก่ แจกเกอลีน เคนเนดีภริยาประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี วันที่ 12 เมษาย พ.ศ. 2504
มีสุนัข 4 ตัว เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติภาระกิจ คือบาร์(Bars),ลิซิชก้า(Lisichka) เสียชีวิตเมื่อ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2503 เนื่องจากชิ้นส่วนยาน R-7 ระเบิดหลังจากปล่อยได้เพียง 28.5วินาที และไซโยลก้า(Phyolka),มัชก้า(เพื่อนร่วมรุ่นไลก้า ไม่ได้ร่วมภารกิจบนสปุตนิก 2เพราะเธอไม่ยอมกินอาหารบนยาน) เสียชีวิตเมื่อ ธันวาคม พ.ศ. 2503 เนื่องจากยานคอแลบล์-สปุตนิก 3หรือสปุตนิก 6  กลับลงมายังพื้นโลกผิดพลาดทางโซเวียตจึงเปิดระบบทำลายตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศมหาอำนาจตรวจสอบ

วันที่ 12 เมษายน ค.ศ 1961 โซเวียต ส่ง ยูริ กาการิน มนุษย์คนแรกของโลกที่ขึ้นไปบนอวกาศกาการินกล่าวอย่างติดตลกไว้ว่า ผมไม่เข้าใจว่าผมเป็นใครกันแน่ระหว่างมนุษย์คนแรกในอวกาศหรือสุนัขตัวสุดท้ายในอวกาศ


องค์การนาซาได้ตั้งชื่อตัวอย่างดินจากดาวอังคารเพื่อเป็นเกียรติ์ว่า “ไลก้า

แหล่งที่มา :

 en.wikipedia.org/wiki/Laika

 th.wikipedia.org/wiki/ไลก้า_(สุนัข)

 en.wikipedia.org/wiki/Soviet_space_dogs

 คุณกล้วยไม้สีเงิน pantip

 thairath.co.th

 dek-d

 Kapook.com

โดย อ.วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มองปัญหาคือโอกาส

วิวัฒนาการของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 20 ล้านปีกว่ามานี้ โดยเริ่มจากการเดินสองเท้า การหาอาหารล่าสัตว์ เครื่องปกปิดร่างกายกลายมาเป็นเครื่องนุ่งห่มและสร้างที่อยู่อาศัยจากเดิมอยู่ป่ามาสู่คอนกรีตหรูหรากลางกรุง รู้จักเรียนรู้การใช้ชีวิตการเป็นอยู่อย่างมีอารยธรรม(Civilization)ตามลำดับขั้นเวลา และเมื่อมีความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาเพิ่มคุณภาพชีวิต ความวุ่นวายในสังคมต่างตามมาในรูปแบบหลากหลาย เหมือนอย่างที่ว่า บางท่านว่าไว้ ปัญหามาปัญญาเกิด จริงหรือไม่

คนเราหากมองปัญหาคือปัญญา เราจะพบทางออกของการแก้ด้วยตนเอง ผู้เขียนจึงไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดศาสนิกชนทั่วโลก จึงทราบซึ้งตรึงใจกับหลักคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลายคำสอน ในเรื่องของ ทุกข์กับการดับทุกข์ :อริยสัจ 4 นั่นคือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรคที่สามารถนำมาปรับใช้กับสถานะการณ์การทำงานแก้ไขการบริหารงานภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกฝืดเคือง นอกจากเรามองเห็นความจริงในชีวิต เรายังมองเห็นการแก้ปัญหาตามหลักการเกิดมากกว่าหนีปัญหาไปตายดาบหน้าเสียอีก
จากประสบการณ์การทำงานที่ปรึกษาองค์กรและวิทยากรที่ปรึกษา มองเห็นปัญหาหลายจุดที่เป็นช่องโหว่ของการพัฒนาหลายองค์กรมาจาก คนทั้งสิ้น คนล้วนต้องอาศัยการปรับปรุงแก้ไขแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เพราะคนจะมีแรงขับภายในที่กลั่นกรองระบบถ่ายทอดโดยสัญชาตญาณคือ ปฏิเสธไว้ก่อน บางองค์กรใช้หลัก เชือดไก่ให้ลิงดูก็มี  แต่หากขาดคนทำงานแล้วใครจะทำงานแทนคน
ทุนมนุษย์(Human Capital) ถือเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร ได้เป็นอย่างดี ผู้บริหารหลายท่านในองค์กรแนวหน้าระดับประเทศจึงหันมาสนใจพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มากขึ้นกว่าในอดีต การพัฒนาพนักงานในองค์กรให้เก่งเพื่อเป็นหัวหอกขององค์กร สร้างคนเก่งระดับแถวหน้าธุรกิจ ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้บริหารมอบหมายแก่ผู้ดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องด้านการพัฒนาบุคลากรในทุกสาขาวิชาชีพ ส่วนใหญ่ระดมงบประมาณไปกับการฝึกอบรมทั้งในและนอกสถานที่โดยขาดการติดตามอย่างมีประสิทธิผล การฝึกอบรมถูกจำกัดด้วยชั่วโมงและระยะเวลาที่อบรม ดังนั้น งบประมาณที่ใช้จ่ายไปกับการฝึกอบรมเมื่อประเมินความคุ้มค่าในงาน แต่ไม่ได้นำมาใช้จริงอบรมไปตามข้อบังคับมีประโยชน์ต่อการพัฒนาน้อยมาก  บางครั้งใช้การอบรมในหน้างานแบบ Hands -On Trainingหรือ อบรมแบบ On The jobs Training  ใช้ไม่ได้ผลสำหรับงานทุกงาน ดังนั้น หากหัวหน้าไม่เก่งไม่เป็นบอนไซขององค์กรอย่างแท้จริง ลูกน้องจะเอาแบบอย่างที่ดีได้จากใคร ?
กลยุทธ์การบริหารคน ถือเป็นหมัดเด็ดในการทำงานครองคน ทำให้งานสำเร็จเป็นตามที่คาดหมายไว้ ในวรรณกรรมจีน เรื่องสามก๊กเล่าปี่นั้นถือเป็นแบบอย่างนักบริหารที่ดีมีกลยุทธ์ด้านการครองคนคือสามารถรวมใจคนเก่งมาช่วยงานให้สำเร็จแม้ไม่ได้สู้รบเก่งกาจที่สุด หากลองเอาไปเทียบกับโจโฉที่ใช้แต่อำนาจสั่งการ เล่าปี่จะเก่งกว่าทั้งวาทะศิลป์และศิลปะการบริหารคนโจโฉนั้นเอาชนะเล่าปี่ได้อย่างไม่เด็ดขาดจนทั้งคู่ตายจากกันไปเล่าปี่สามารถนำปัญญาอันชาญฉลาดของขงเบ้ง บังทอง สองอัจฉริยะแห่งยุค กวนอู เตียวหุย ขุนศึกที่ฝีมือเก่งกาจด้านการรบ ไม่รวมจูล่ง มาเฉียวและอีกมากมายหลายคน ที่มาร่วมรบด้วยความศรัทธาในตัวเล่าปี่เป็นทุนเดิม มากกว่าการใช้อิทธิพลสั่งการบังคับ นี่คือตัวอย่างนักบริหารองค์กรที่สามารถครองคนและครองงานได้อย่างยอดเยี่ยม มีหลายท่านในมุมมองนักวิชาการบริหารถึงกับเอ่ยปากว่าหากใครได้อ่านสามก๊กจบถึง 3 ครั้ง คบไม่ได้
ได้อ่านบทสัมภาษณ์ หญิงเก่งท่านหนึ่ง รู้สึกประทับใจ ผู้หญิงตัวเล็กแต่บริหารงานด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ น่าสนใจแนวคิดการแก้ปัญหาในยุคเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน โดยมองปัญหาคือโอกาส เคยคิดจะเลิกกิจการไป เพราะปัญหาเข้ามาเยอะมาก ธุรกิจส่งออกใบตองต้องใช้ต้นทุนสูงเพราะเป็นประเภท Frozen Foods..การทำใบตองมีขั้นตอนการทำงาน 3 ไลน์ แต่ละคนในไลน์ทำงานไม่เหมือนกันต้องเข้าไปศึกษาแต่ละไลน์ใครทำงานดีที่สุด เร็วสุด นำมาSet มาตรฐาน แรกๆคนจะรู้สึกว่าก็ทำงานดีอยู่แล้ว ยุ่งยาก แต่เมื่อเขาทำงานเร็วขึ้น ดีขึ้น  ประสิทธิภาพงานก็ดีขึ้นจึงเป็นที่มาของธุรกิจใบตองร้อยล้าน ของคุณ ผึ้ง ดร.นงนุช อธิพันธุ์อำไพ ที่ให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือ ขวัญเรือน ฉบับเดือน กรกฎาคม2558 ท่านไหนสนใจวิธีคิดแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยม อย่างเป็นระบบของคุณผึ้งคนสวย ลองไปหาอ่านดูนะคะ
            หากการทำงานพบปัญหามากมาย เราควรจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (อ่านได้ในบล็อกบทความของผู้เขียนwww.ophconsultant.com)รับรองว่าจากกองเท่าภูเขาเหลือเล็กเท่ากองทราย จัดการได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสม ที่สำคัญคุณดูเป็นมืออาชีพด้านการทำงานที่สุด  ให้พึงจำไว้ว่า ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้หนีค่ะ
โดย..อ.วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์ 
Orientla Phoenix Consultant Co.,Ltd. 

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

หนึ่งวันที่สบายแต่ได้เงินล้าน


อบรม,ที่ปรึกษา,ออกแบบระบบ,ติดตามประเมินผล,พัฒนาองค์กร,วิจัยองค์กร



          ก่อนเข้านอนทุกคืน เรามักมีสิ่งที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันรุ่งขึ้น หลายครั้งที่ เรามักบ่นกับตัวเองว่า "เวลาไม่เคยพอเลย" .. นมอุ่นสักแก้ว เล่นเกมที่ชื่นชอบ หนังสือธรรมะจรรโลงใจหรือนั่งสมาธิก่อนนอน หลายสิ่งอาจทำให้เราลืมความเหนื่อยล้ามาทั้งวันและล้มตัวลงนอนบนที่นอนอันแสนนุ่มสบาย กลับบางคนไม่เป็นเช่นนั้นกว่าจะข่มตานอนลงได้ พร้อมประโยคทิ้งท้าย "พรุ่งนี้ต้องเจออะไรอีกนี่"


          หลายเดือนก่อน ได้เจอกับลูกศิษย์โดยบังเอิญหลังจากไม่เจอกัน 7 ปี "อาจารย์จำหนูได้ไหม ? หนูอ้วนขึ้นสัก 30 กิโลนะ" โชคดีเหลือเกินที่ลูกศิษย์มีไฝแก้มขวาและเหนือริมฝีปากบนซ้าย มิฉะนั้น เราคงงงอยู่พักใหญ่และ ส่ายหัวเป็นระวิง เรื่องราวของความวุ่นวายในชีวิตของศิษย์เล่าให้ฟังแล้วนึกถึงหนังสือเรื่องหนึ่งไม่ได้"โต๊ะโตะจังเด็กหญิงข้างหน้าต่าง(Totto-Chan: The Little Girl at the Window)" ของ คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ วันหนึ่งเธอเป็นสตรีที่ประสบความสำเร็จทำรายได้ปีละมากกว่า 50 ล้านบาทได้รับเลือกเป็นทูตยูนิเซฟแห่งสหประชาชาติ จากคำครหาแต่เด็กว่าเป็นเด็กมีปัญหาถูกไล่ออกจากโรงเรียนตั้งแต่อยู่ประถมหนึ่ง คุณค่าของชีวิตแต่ละคนมีจุดเริ่มต้นของทางเดินต่างกัน บางคนโชคดีเกิด มาบนกองเงิน กองทอง บางคนเกิดมาพร้อมความอัจฉริยะทางปัญญา บางคนเกิดมาพร้อมใบหน้ารูปร่างที่หล่อ สวย แต่ยังมีอีกหลายมุมของสังคมที่ยังมีชีวิตแบบกบรอจังหวะกระโดดออกจากกะลาครอบหรือไก่รอโก่งคอ ร้องเรียกแสงตะวัน ความโชคดีมักมาพร้อมความสุขและความทุกข์ก่อนเสมอ ถ้าเรานึกย้อนกลับไปวันที่เราลืม ตาดูโลกเป็นวันที่แม่เจ็บปวดที่สุดวันหนึ่ง แต่เป็นวันประกาศอิสระสภาพทางลมหายใจบนพื้นผิวโลกของเราในวันแรก หากทำโพลสอบถามคน 100 ล้านคนทั่วโลกทุกทวีป ใครบ้างที่เกิดมาไม่เคยเสียใจหลั่งน้ำตาสักครั้ง ??

         ดังนั้น ก่อนที่เราจะหลับนอนฝันดีทุกคืน พร้อมตื่นมาพบความสำเร็จเราต้องผ่านด่านของคนกล้ามาให้ได้นักรบในสมรภูมิไม่มีใครถือดาบและปืนที่ได้รับมาแล้วออกไปสู้ศึก ต้องได้รับการฝึกฝนอบรมซักซ้อมมาอย่าง เจนจัด ใครผิดพลาดอาจมีบาดแผล รอยช้ำ เมื่อเข้าสู่การแข่งชิงชัยประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งหมดมวลจะนำพา เราสู้แบบผู้กล้าด้วยปัญญา สำนวนไทยว่า "กลิ้งครกขึ้นภูเขา"
 จัดระเบียบชีวิตหนึ่งวันของเราให้ใช้ชีวิตอย่างง่ายขึ้น ไม่ลำบากคนอื่น ไม่ลำบากใจเรา ไม่ลำบากตัวเองและตั้งอยู่บนพื้นฐานปัจจัย 4 อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรค หันมาใส่ใจบริโภคโปรตีน ผัก ผลไม้ มากกว่าอาหารขยะจานด่วนในปัจจุบัน ใส่เสื้อผ้าอาภรณ์แต่พอดีให้เหมาะสมรูปร่างฐานะ ไม่ใช่แฟชั่นเอวลอย สั้นเสมอหูกำลังติดตลาด เราเทงบประมาณที่มีอยู่ซื้อของน้อยชิ้นแต่ชุ่มฉ่ำใจ ที่อยู่อาศัยที่พอเหมาะอยู่แล้วดำเนินชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น และสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของการก้าวเดินต่อไปในทุกๆวินาที หมั่นออก กำลังกาย โยคะ วิ่ง เดิน เพื่อสุขภาพเป็นการเก็บสะสมอายุวัฒนะของตนเองไว้ในยามชรา แต่ในปัจจุบันพบว่า " ปัจจัยที่ 5 กลับเพิ่มเข้ามาทำให้ชีวิตเราขาดไม่ได้ อยู่ไม่สุข ทุกข์เมื่อโทรศัพท์หาย ไม่ได้ไลน์แล้วจิตตก ต้องพกโทรศัพท์ทุกที่ กินอะไรดีๆต้องถ่ายไว้ คนที่ถูกใจกด Like เป็นล้าน " นี่คือโลกในยุคปัจจุบัน

          หลายคนคงตั้งปณิธานไว้ในใจแต่พบว่าที่เคยตั้งไว้มันห่างไกลไปเรื่อยๆ ความสำเร็จเหมือนปาหินลงน้ำ หากคุณชีวประวัติของบุคคลผู้ซึ่งมีรายได้ติด 1 ใน 100 ของโลก คุณจะได้พบว่าพวกเขาเหล่านั้นมีเวลาทำงานสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 60 ชั่วโมง ในขณะที่ พนักงานออฟฟิศทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากคุณ โหยหา

ความสำเร็จและอยากนั่งสบายในวันที่มีเงินล้านเข้าบัญชีแบบไม่ต้องตอกบัตรหรือเซ็นชื่อเข้าออกทำงาน

 ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต ความคิด การทำงานใหม่ เขียนลงกระดาษตัวโตๆว่า "ฉันดี ฉันเก่ง ฉันรวย"ฝ่ามือสองข้างปิดหน้า 3 วินาทีและชูขึ้นสุดมือ "สู้โว้ยยยยย" คนทำงานประจำหลายคนรวยจากการเก็บหอมรอมริบและอาชีพสุจริตเสริมรายได้ มีความใฝ่ฝันเงินร้อยล้านมากองตรงหน้า หากไม่ถูกรางวัลที่ 1 คงต้องได้รับ

 มรดกจากพ่อแม่ จึงจะรวยร้อยล้านสมใจ หลายคนจึงหันไปเป็นเจ้าของธุรกิจแทน


          ดังนั้น เมื่อเราอยู่กับปัจจุบันเราก็ควรทำในสิ่งที่เป็นอยู่ให้ดีที่สุดเพื่อบ่มเพาะความเก่งกล้าสามารถ ความเป็น ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ถ้าวันนี้เราท้อและเหนื่อยให้เราหยุดพัก ไตร่ตรองชีวิตที่ผ่านมาและสิ่งที่ทำว่าเกินตัวหรือล่วงเกินเวลาพักผ่อนประจำวันไปหรือไม่ เครื่องจักรยังต้องตรวจเช็คสภาพแล้วเราเป็นมนุษย์ไม่มีกลไกทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีถ่าน ไม่มีแบตเตอรี่ มีเพียงร่างกายและลมหายใจที่ใช้เป็นกลไกการดำรงชีพ