วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พูดให้โดนใจผู้ฟัง

อบรม,ที่ปรึกษา,ออกแบบระบบ,ติดตามประเมินผล,พัฒนาองค์กร,วิจัยองค์กร


          เตรียมข้อมูลนำเสนอในที่ประชุมอย่างดี พอเอาเข้าจริงตกหล่นไปหลายเรื่อง เซรงเป็ดเลยเรา!! เวลาพูดท่ามกลางมหาชนหมู่มาก ขาดความมั่นใจ ประหม่า ขาสั่น ทุกที ให้ได้อย่างนี้สิช้าน !! อยากพูดให้สนุก มีสาระ เป็นนักพูดกับเค้าบ้างอะไรบ้าง แต่ไม่เคยถึงฝั่งฝันสักหน !! ต้องบอกว่าอาการดังกล่าวนักพูดหลายคนเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วนก่อนก้าวมายืนถือไมค์ไฟส่องหน้า มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมๆกับทักษะนานับประการที่ถูกฝึกฝนมาอย่างมินิมาราธอนแต่ยังเยาว์ย้อนดูตอนวัยเด็กเราหัดพูดเขียนภาษาไทยได้ ต่อมาครูก็เคี่ยวเข็นด้วยภาษาอังกฤษ ฟุด ฟิด ฟอ ไฟเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยบางบริษัทก็ปฐมนิเทศอย่างหนักหน่วง ตั้ง Competency , KPIsซะน้องใหม่แทบร้องไห้หาแม่ เมื่ออยากก้าวหน้าทั้งเงินเดือนและตำแหน่งก็ต้องฝึกบริหารให้เป็นพูดให้ถูกกาละเทศะ มิฉะนั้น ไม่มีใครอยากร่วมทีมทำงานด้วย


          อย่าได้หวั่นค่ะ ในตอนนี้คุณมีอาวุธที่คมกริชอยู่กับกาย นั่นคือ คำพูด รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งแน่นอนนักพูดที่ดีคือผู้ที่สามารถสะกดคนฟังด้วยน้ำเสียงและประโยคแรกของคำพูด จำไว้!!! ในงานมอบรางวัลพนักงานดีเด่นประจำปี …สวัสดีค่ะ วันนี้ตื่นเต้นจริงๆที่ได้มาเป็นพิธีกรในงานประกาศมอบรางวัลพนักงานดีเด่นนี้ (บั่นทอนกำลังใจตนเองและสร้างความไม่มั่นใจให้ผู้ฟัง อย่างแรง!!) เปลี่ยนประโยคใหม่เป็นสวัสดีค่ะ ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรษ กว่าจะมาถึงค่ำคืนอันทรงเกียรตินี้ต้องบอกว่าคะแนนการคัดเลือกพนักงานของบริษัทเรา “เพชรตัดเพชร” เลยทีเดียว จะพูดอย่างไรให้ผู้ฟังประทับใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญกว่าการพูดให้ได้ตามเนื้อหาที่เตรียมมา


ขอแนะนำเทคนิคเบื้องต้น เพื่อให้โดนใจผู้ฟังแบบพอดิบพอดี


          1.อ่านบทความหรือหนังสือวันละ 1 เรื่อง ฝึกอ่านออกเสียงนะคะ สะกดตัว ร ล ตัวควบกล้ำช้าๆชัดๆฝึกทุกวันให้เมื่อยลิ้นกันไปเลยทีเดียว การพูดชัด ฉะฉานถือเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของนักพูดเมื่อเจรจางานใดกับใคร เป็นที่ประทับใจในน้ำเสียงที่คมชัด เปิดประชุมกี่ครั้งหัวหน้างานเราหรือผู้บริหารพูดได้ชัดเจน

จับใจเหลือเกินต่างกับหัวหน้างานอีกแผนกพูดเบา ค่อย ฟังไม่ได้ศัพท์ ถามว่าเราจะภูมิใจใครมากกว่ากัน ??


          2.ฝึกเล่าเรื่อง ระหว่างสนทนาในกลุ่มเพื่อน กลุ่มทีมงาน หรือกลุ่มลูกค้า โดยฝึกลำดับใจความสำคัญของเรื่องง่ายๆคือ ใคร ทำอะไร ที่ไหนและอย่างไร ให้ผู้พูดนึกถึงตอนเราดูละครหรือภาพยนต์มีการดำเนินเรื่องและจบบริบูรณ์อย่างไร หากละครเรื่องนั้นจบแบบให้เรากังขาว่าตกลงจบแล้วหรือนั่น

 แสดงว่าการเล่าเรื่องไม่ประสบความสำเร็จ ที่สำคัญฝึกเน้นเสียง หนัก เบา สีหน้าไปพร้อมกับ น้ำเสียง ที่สำคัญอย่าใส่อารมณ์ถึงพริกถึงขิงมากเพราะจะดูเรา เยอะไป !!!


          3.ฝึกใช้คำคม คำพังเพยเปรียบเทียบ ปรัชญาที่เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อหาที่พูด ทำให้เราดูเป็น

 นักพูดที่มีดีกรี ยิ่งนักพูดในเส้นทางวิชาการต้องอ่าน ค้นคว้า วิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ

 เพื่อนำมาอ้างอิงให้คำพูดมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ขอยกตัวอย่าง

     • กรณีเราต้องการชื่นชมทีมงาน “แผนกขายเราเสมือนทำงานเข็นครกขึ้นภูเขา แต่น้องๆทุกคน

       สามารถทำงานที่ยากนี้มาแบบง่ายๆ พี่ชื่นชมพวกเราจากใจจริงๆ”

     • กรณี มีการทำงานผิดพลาด อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวไว้ว่า “Anyone who has never

       made a mistake has never tried something new คนที่ไม่เคยผิดพลาดเลยคือคนที่ไม่เคย

       ลองทำอะไรใหม่ๆ” แต่ต้องเรียนรู้จะแก้ไขนะน้องนะ

       ซุนวู ได้กล่าวไว้ว่า “ชมคนด้วยวาจายิ่งกว่ามอบไข่มุกให้เป็นของขวัญ ทำร้ายคนด้วยวาจา

       สาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทงด้วยหอกดาบ”


          4.ฝึกนำประสบการณ์หรือฝึกยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย หรือที่ผู้สอนเรียก “Case study”

 แต่ควรระวังการนำแต่ละเรื่องมายกตัวอย่าง ให้จำไว้ว่า ตัวอย่างที่นำมาพูดประกอบที่ดีนั้น ควรมี จุดเด่น 3 จุด คือ 1)ความยาวของเนื้องหาไม่ควรเกิน 5 นาที เพราะหลังจากนั้น ความสนใจจะลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง 2)เป็นเรื่องแปลก มีความพลิกผันเหตุการณ์สอดคล้องกับเนื้อหา หักมุมได้น่าติดตามที่สำคัญเรื่องมีความทันสมัย 3)เป็นเรื่องที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟัง แต่หากกลุ่มผู้ฟังมีความหลากหลายในอายุให้นักพูดเลือกใช้เรื่องที่ ปัจจุบันคนกำลังให้ความสนใจอยู่หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบเดือนนั้น


            5.ฝึกกิริยา ท่าทางสง่างาม ใช้มือและนิ้วแต่พอดี อย่ากรีดกรายยกมือเกินงามทำให้ผู้ฟังสนใจแต่มือ เรามากกว่าเนื้อหาที่พูด หากต้องรับบทบาทวิทยากร ควรมีอารมณ์ขัน มุมสบายๆสอดแทรกให้ ผู้ฟังผ่อนคลายและเปิดทรรศนะทางการแสดงความคิดเห็น สิ่งที่นักพูดหลายคนอยากเห็นคือผู้ฟังไม่นั่งหลับตลอดรายการอบรม


          สำหรับใครจะพูดยาว พูดสั้นนั้นก็ขึ้นอยู่กับเนื้อหา ระยะเวลาที่ได้รับในการพูด หลังจากเมื่ออ่านเรื่องนี้จบแล้วให้คุณเริ่มหัดฝึกพูดเสียแต่วันนี้ ไม่แน่ พรุ่งนี้คุณอาจได้รับมอบหมายให้พูดท่ามกลางประชาชนหมู่มาก ยืนอยู่ระหว่างสายตาร้อยคู่ที่จับจ้อง ถ้าไม่เริ่มวันนี้แล้วจะมีความกล้าวันไหน ถึงเวลาแล้วที่คุณจะ “ปล่อยของ” …..




                                                                                          อ.วีย์รฎา  กวิณรวีบริรักษ์
CEO Oriental Phoenix Consultant Co.,Ltd.

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การตัดสินใจแบบเฉียบคม ตามแนวคิด “ BLACK BOX ”

อบรม,ที่ปรึกษา,ออกแบบระบบ,ติดตามประเมินผล,พัฒนาองค์กร,วิจัยองค์กร

           


          หลายครั้งที่การทำงานมักไม่เป็นไปตามที่เราวางเป้าหมายไว้ในแต่ละวัน จึงทำให้เราต้องเสียเวลา

 พิจารณากับงานที่มาโดยมิได้นัดหมายให้แล้วเสร็จก่อนงานประจำ ทำให้เราเสียอารมณ์ เสียเวลาพร้อมทั้งหัวเสียกับงานไปพร้อมรอยตีนกาที่คืบคลานขึ้นมาบนใบหน้าก่อนเวลาอันควร แล้วเราจะแก้ไขปัญหาด้วยหลักการใดดีล่ะ?? หากท่านได้อ่านประวัติการทำงานของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายท่าน ทุกท่านใช้เวลาอยู่กับชีวิตการทำงานวันละ ไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมงต่อวันเป็นอย่างต่ำ ไม่ว่าจะเป็น SteveJobs ,Warren Buffett

 Bill Gates พวกเขาเหล่านั้นมีการจัดสรรเวลาและการตัดสินใจเริ่มทำอะไรก่อน–หลัง อย่างไรทำไมจึงประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งที่มีทุนชีวิตเท่ากันคือ 1 สมองและ 2 มือ ??แต่ทำไมหลายคนทำไม่ได้เหมือนเขา


          ในร่างกายมนุษย์เราประกอบด้วยเซลล์ประสาทมากมาย ประมาณ 10,000 ล้านตัว แต่ละตัวมีการ

 ประสาน ติดต่อกัน ซึ่งบริเวณที่ติดต่อประสานกันเรียกจุดนั้นว่า Synapse โดยเป็นจุดที่เชื่อมโยงระหว่างเซลล์ประสาท บางคนอาจมีกลไกการทำงานของเซลล์ประสาทที่รวดเร็ว ฉับไว บางคนต้องใช้เวลาสักพักจึงจะรับรู้ความรู้สึกต่อสิ่งที่เร้า ดังนั้น กลไกการทำงานการรับรู้ ความรู้สึก สัมผัส การนึกคิดแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสรีระ การดำรงชีวิตและการฝึกฝนการเรียนรู้เพื่อให้เท่าทัน


          หากเราต้องการเพิ่มทักษะภาวะผู้นำในตนเอง สิ่งแรกที่ควรฝึกในการทำงานแต่ละวันนั่นคือ ฝึกการตัดสินใจอย่างเฉียบคม ชาญฉลาด ทันเวลาและถูกต้องครบถ้วน เพราะผู้นำที่ดีนั้นคุณสมบัติที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม โดยทุกครั้งก่อนเริ่มงานในแต่ละวันให้เราจัดลำดับความสำคัญงานออกเป็น เร่งด่วน+สำคัญ ,สำคัญ+ไม่เร่งด่วน,เร่งด่วน+ไม่สำคัญ,ไม่สำคัญ+ไม่เร่งด่วน นั่นคือ 1)งานเร่งด่วนและ สำคัญ ให้เราทำทันที ไม่รีรอ กำหนดระยะเวลาทำงานให้แล้วเสร็จ ตั้งใจทำอย่างเต็มที่โดยคำนึงถึงหน้าที่งานเป็นหลัก 2.งานสำคัญและไม่เร่งด่วน ให้เรากำหนดเวลาทำต่อจากงานหลักว่าทำเมื่อไรโดยไม่ควร ผลัดวันประกันพรุ่ง ทำงานตามตารางเวลาที่กำหนด 3. งานเร่งด่วนและไม่สำคัญ ควรมอบหมายให้ผู้ที่สามารถทำแทนได้หรือมีหน้าที่ทำ แต่หากเป็นงานที่เราได้รับมอบหมายไม่สามารถให้ผู้อื่นแทนได้ ให้เราทำต่อ จากงานที่สำคัญเป็นลำดับถัดไปทันที 4. งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน ให้เราทำเป็นลำดับสุดท้ายหลังงานสำคัญและงานเร่งด่วนเสร็จสิ้น โดยไม่ให้เกินวันถัดไป


          หากเราตัดสินใจตามหลักการทำงานในกล่องดำ(BLACK BOX)นี้ จะพบว่าทำให้เราทำงานในแต่ละวันง่ายขึ้น มีการตัดสินใจทำงานรวดเร็ว มีขอบเขตการทำงานที่แน่นอนโดยไม่ทำให้เราต้องกลุ้มใจในการเลือกว่าจะทำงานใดก่อนหรือหลัง ทำงานตามเวลาที่กำหนดได้อย่างชาญฉลาด สำหรับผู้จัดการ(Manager)หรือหัวหน้างาน(Supervisor)สามารถนำหลักการกล่องดำการตัดสินใจนี้ไปใช้บริหารงานภายใต้หลักการ 4 แนวคิด การตัดสินใจนี้ เพื่อแก้ปัญหาและลำดับงานการบริหารอย่างรวดเร็วชาญฉลาดภายใต้สภาวะแรงกดดันในทีมงานได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นหลักในการโค้ชสอนแนะ(Coaching)พนักงานหรือพี่เลี้ยงในการฝึกสอนงานได้ อย่างเฉียบคม ทั้งนี้ อย่าลืมว่าให้กำหนดขอบเขตชีวิตการทำงานและเวลาการพักผ่อนมีความสมดุลต่อกันตามหลัก Work Life In Balanceเพราะแม้แต่เครื่องจักรยังมีเวลาหยุดพักเครื่องแต่คนทำงานล่ะจะไม่หยุดพักบ้าง หรืออย่างไร ??




โดย อ.วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์
CEO Oriental Phoenix Consultant Co.,Ltd.

คิดนอกกรอบ ตกขอบบ้างก็ดี

อบรม,ที่ปรึกษา,ออกแบบระบบ,ติดตามประเมินผล,พัฒนาองค์กร,วิจัยองค์กร

          ก่อนออกจากบ้านหากเราเร่งรีบกับสารพัดในชีวิตประจำวัน เรามักลืมเตรียมสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตนเอง นั่นคือ การสำรวจศีรษะจรดปลายเท้า ให้เข้ารูป เข้ารอย ครั้งหนึ่ง เพื่อนขับรถมารับถึงบ้านระยะทาง50 กิโลเมตรได้ปลอดภัยตลอดเส้นทาง ปรากฎลืมใส่แว่นสายตา เจ้ากรรมขับมาถึงได้อย่างไรสายตาสั้น 350 ?

 ดังนั้น อย่าลืมยิ้มกับกระจก พูดทักทายสวัสดี ชื่นชมตัวเองเพื่อให้ชีวิตวันนี้เริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ แต่อย่าระเริงใจตัวลอยเบาหวิวปลิวไปกับอากาศ ลืมทุกสิ่งอย่างในชีวิตต้องฝึกทุกวันทำให้กลายเป็นนิสัยการฝึกให้ตนเองมีระเบียบวินัย รอบคอบ บุคลิกภาพดีนั้น เป็นสิ่งที่ฝึกได้ด้วยความอดทนลองถามความคิดเห็นพ่อแม่ที่เลี้ยงเด็กเล็ก ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน “สนุกมากๆ เลี้ยงง่าย” มีกี่เปอร์เซ็นต์ ?ไม่ต่างอะไรเมื่อเราเติบโตเราทุกคนต้องฝึกฝนทั้งระดับสติปัญญาและระดับพัฒนาการทางอารมณ์ควบคู่กันไป เพิ่มศักยภาพการคิด การจินตนาการในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะอัจฉริยะเกินระดับไอคิว 130 สร้างได้แน่นอน!!

มีเรื่องเล่าของยายกับหลานสาว“วันหนึ่งยายสั่งหลานสาวไปเก็บดอกบัวดีๆสวยๆในคลองมาบูชาพระ เมื่อถึงเวลา ยายสงสัยว่าเหตุใดในแจกันจึงเต็มไปด้วยใบบัวสีเขียว สะพรั่งระรานตาแต่ไม่มีดอกบัวหลานหันมาตอบว่า สิ่งที่ยายสั่งเก็บดีๆ สวยๆน่ะ ดอกยังโผล่ไม่พ้นน้ำ เพราะคุณครูสอนว่าบัวเหล่าที่ดี(บัว 4 เหล่า) ที่สุดคือเหล่าที่ 1 บัวพ้นน้ำ แต่ใบบัวพ้นน้ำแล้วนะยาย” การคิดนอกกรอบเป็นการสร้างสรรค์จินตนาการ ชั้นเลิศ ที่พัฒนาการมาจากการรับรู้ รูป รส กลิ่นเสียง ถามว่าหลานสาวคิดนอกกรอบ แล้วผิดหลักศีลธรรมไหม ? แต่ถูกใจยายหรือไม่? สมัยเรียนชั้นประถม แม่เคยสอนเสมอว่าให้พับผ้าเรียงเป็นสันขอบเสื้อแนวเดียวกัน รีดผ้าสีโดยกลับด้านในผ้าจะคงสีสวยไว้ ต่อมาต้องรีดกระโปรงจีบ เป็นอันงงงวยแถมแม่ไม่อยู่แล้วจะรีดด้านใดของกระโปรงก่อนยิ่งรีดยิ่งหลายจีบเกินกว่ามาตรฐานคนตัดเย็บกระโปรงกำหนดจีบ เราจึงต้องหาวิธีการให้กระโปรงไม่เป็นสุ่มไก่มากไปกว่านี้  เคยเรียนกับปรมาจารย์ระดับแนวหน้าท่านหนึ่ง ในการปรับบุคลิกภาพ จำได้ว่าอาจารย์ดูสง่างามมากทั้งใบหน้า ดวงตา วางหน้า ท่าเดิน มือ เท้า ช่างวางไว้หรือขยับไปมาได้พอดิบพอดีอะไรเช่นนี้ นางฟ้าหรือเปล่า?

 เพื่อนอุทาน !! ก่อนนั้นฉันเป็นคนผอมบางมากและมีปัญหาการเดินหลังงอ ไหล่งุ้มกระดูกไหปลาร้า ตักน้ำใส่ไม่มีหยดลงพื้น ฉันต้องฝึกตั้งแต่ให้ยืนเฉย ฝึกมอง ขยับหน้า ยกไหล่ วางหนังสือบนศีรษะ เดิน ไป-กลับ 50 และเพิ่มเป็น 100 ครั้ง หากหนังสือหล่น จำได้ทุกกระบวนท่าเป็นอย่างดีและตั้งแต่นั้นมาไม่เคยมีวันไหนเลยที่ ตัวงอ ไหล่งุ้ม โดยได้ค้นพบความจริงด้วยเสียงเปี่ยมพลังแห่งความสุขว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”หนังสือ The best seller หลายเล่มที่ตีพิมพ์นับครั้งไม่ถ้วน คุณสังเกตตามแผงหนังสือดูสิไม่มีฉบับใดเลยที่สามารถอ่านจบเล่มแล้วมาปฏิบัติตามสำเร็จทันที รู้แจ้งทุกเรื่อง ตัวละครหลุดออกมาหน้าพงศาวดารแก้ปัญหาบุคลิกภาพได้ทันตาเห็น ทุกเล่มสอนให้ผู้อ่านค้นหาศักยภาพตนเอง ฝึกฝน และกระตุ้นแรงจูงใจ ปลุกพลังชีวิตด้วยแบบอย่างความสำเร็จ ลดอัตตาด้วยสติ ฝึกตัดสินใจ จึงค้นพบความสำเร็จ ดังนั้น ยิ่งอ่านยิ่งรู้ ยิ่งลับคมสมอง เป็นแนวทางให้เราฝึกฝน ดึงศักยภาพตนเองขึ้นมาใช้ และคิดในแนวบวก คิดในสิ่งที่เป็นความจริงออกนอกกรอบของความสำเร็จแต่เป็นกรอบของความมั่งคั่ง ร่ำรวยทางปัญญา ไม่ใช่จินตนาการเกินจริงน่าตกใจมาก จากรายงาน ปี 2556 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน(สพฉ.)พบว่าสถิติคนไทยป่วย เป็นโรคจิตล้านกว่าคน จากปัญหาสภาพครอบครัว สังคมและเศรษฐกิจ อีก 7 พันกว่าคนป่วย มีอาการคลุ้มคลั่งต้องออกปฏิบัติการช่วยเหลือดังนั้น เราเดินตามแนววิถีสายกลาง อะไรมากระทบต้องนิ่งด้วยสติและใช้กระบวนการทางสติปัญญาแก้ไข ไม่มีใครไหว้ได้มาแต่แรกคลอด ไม่มีใครเกิดมาพร้อมบุคลิกภาพสง่างาม ไม่มีเทคโนโลยีใดฉลาดเกินกว่าสมองมนุษย์ทุกคน ดังปรัชญาของไอน์สไตน์ กล่าวว่า “There are only two ways to live you life. One is as though nothing is a miracle .The other is as though everything is a miracle ”

 การใช้ชีวิตมนุษย์มีทางเลือกสองทาง คือ ทางที่หนึ่งคิดว่าปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ทางที่สองคือคิดว่าทุกสิ่งคือปาฏิหาริย์


โดย อ.วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์
CEO Oriental Phoenix Consultant Co.,Ltd.

กับดักของหงส์กลายพันธุ์เป็นเป็ด

อบรม,ที่ปรึกษา,ออกแบบระบบ,ติดตามประเมินผล,พัฒนาองค์กร,วิจัยองค์กร
     


          หากเรามองหาความสำเร็จ หวังเป็นหงส์ที่สง่างามใช่เป็ดกระพือปีกตามท้องร่องปลายนา สิ่งที่สำคัญคืออย่าปล่อยให้เทคโนโลยีมาเป็นระบบเซลล์ประสาทควบคุมระบบการทำงานในร่างกาย หรือต่อมระงับความรู้สึก ครั้งหนึ่งเคยได้รับมอบหมายภารกิจให้เป็นผู้นำองค์กรเพื่ออบรมในหัวข้อการสร้างมาตรฐานระบบงานหลังจบการอบรมท่านที่ก้มหน้าก้มตาใช้นิ้วชี้เพื่อฝึกพัฒนาการการจิ้มโทรศัพท์อย่างดุเดือด เงยหน้าขึ้นมาอย่างหมองคล้ำ ขอบตาดำ นัยน์ตาไร้สาส์น พูดไม่ได้ศัพท์ ไม่เข้าใจงานที่ได้รับมอบหมาย จับใจความไม่ได้ไม่สามารถสานงานในแผนกตนเองต่อได้ในขณะหัวหน้างานท่านอื่นทำเสร็จสมบูรณ์นั่นสะท้อนภาพลักษณ์ในตนว่ากำลังถูกกับดักทางเทคโนโลยีเข้ามาทำลายการพัฒนาการเรียนรู้และความสำเร็จในงานเข้าอย่างจังแล้วทฤษฎีพัฒนาการเรียนรู้ของฟรอยด์ 5 ขั้น จะมีความหมายอะไรกับมนุษย์ตัวโต?


          “ความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ ไม่ได้อยู่ที่การค้นพบสรรพสิ่ง แต่อยู่ที่นำสิ่งที่ค้นพบมาลดความเท่าเทียมกันได้อย่างไร” คำกล่าวของ บิลล์ เกตส์ ได้กล่าวไว้อย่างน่าชื่นชมแต่หลายท่านยังคงวนอยู่ในกับดักความเจริญของชีวิตมนุษย์เราควรมีเทคโนโลยีมาเป็นทาสรับใช้ในการทำงาน

 ไม่ใช่มาเป็นเจ้านายเพื่อสั่งการหยุดนิ่งและทำลายหลักศีลธรรมทางสังคมด้วยอุปกรณ์ไม่มีลมหายใจ


          Vilfredo Pareto นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาลีได้กล่าวถึง “หลักการพาเรโต 80/20”ผลผลิต 80% จะสำเร็จด้วยปัจจัย 20% โดยเราจะพบความสำเร็จและการพัฒนานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราทำงานมากแต่ขึ้นอยู่กับเราทำงานน้อยแต่มีประสิทธิภาพ เราควรจัดลำดับความสำคัญของการทำงานอย่างรอบคอบ

 ดังนั้น ไม่ว่าเราจะโบยบินอย่างสง่างามในโลกธุรกิจหรือในหน้าที่งาน สิ่งที่ลืมไม่ได้คือ กระบวนการคิดเพื่อลำดับความสำคัญการทำงานเพราะในโลกนี้ไม่มีใครสามารถทำงานได้เกิน 25 ชั่วโมงหรอก แม้แต่ 7-11 เชื่อเถอะ!!


โดย โค้ชวีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์
CEO Oriental Phoenix Consultant Co.,Ltd.

วิธีบริการที่ยอดเยี่ยมคือการปลูกถั่ว

อบรม,ที่ปรึกษา,ออกแบบระบบ,ติดตามประเมินผล,พัฒนาองค์กร,วิจัยองค์กร
             


          ถ้ากล่าวถึงธุรกิจที่กำลังเติบโตติดอันดับต้นๆในประเทศไทยคงหนีไม่พ้นเรื่องของความสวย ความงาม“ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง”เห็นจะจริงดังนั้น ดูจากการจัดอันดับ 10 ธุรกิจที่ควรลงทุนมากที่สุด ปี 2556ยกตัวอย่างใน 3 อันดับ อันดับแรกคือ ธุรกิจการแพทย์และความงาม อันดับ 2 ธุรกิจด้านเทคโนโลยีสื่อสาร อันดับ 3คือ ธุรกิจด้านสื่อโทรทัศน์การแข่งขันด้านบริการจึงต้องที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความประทับใจ และรักษาลูกค้าไว้ให้ภักดีต่อแบรนด์สินค้า(Brand Royalty)ตราบนานเท่านาน


          เมื่ออาทิตย์ก่อน ได้มีโอกาสคุยกับผู้จัดการที่มารับการอบรมถึงการแก้ปัญหาการบริการทุกสาขา

 มีกลยุทธ์ใดที่ช่วยให้พนักงานรักองค์กรสร้างภาพลักษณ์การบริการทุกสาขาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 ฉันจึงได้ถามผู้จัดการว่า “คุณมีจุดยืนในการทำธุรกิจเรื่องอะไร นโยบายหลักของบริษัทคืออะไร เป้าหมายที่ชัดเจนมี ?” เขาหันไปถามพนักงานที่มาด้วยความไม่แน่ใจในนโยบายและเป้าหมายบริษัท และคำตอบก็ไม่ต่างอะไรไปจาก ความไม่แน่ใจในจุดยืนของการทำงาน


          หลายครั้งที่ทั้งฝ่ายบริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างานและทีมงาน ประชุมกันอย่างเข้มข้น ถกเถียงปัญหาแทบจะรู้แพ้รู้ชนะกันไปข้าง เลขานุการจดรายงานการประชุมยาวเหยียดหลายสิบหน้า ใช้เวลากับการอยู่ในห้องเย็นนั้นนานกว่า 10 ชั่วโมงแต่เมื่อสรุปผลปลายปี ผลกำไรคงที่ แย่กว่าเดิม หรือขยับมาเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ที่ร้ายไปกว่านั้นคือปัญหาเดิมๆของการผลิตงานการบริการ ยังกลับมาเป็นเรื่องซ้ำๆ ไม่รู้จักจบสิ้น กลยุทธ์ที่นำเสนอในรายงาน 365 วันที่ผ่านมาไม่มีใครนำไปปฏิบัติ เพราะไม่มีฝ่ายใดนำปัญหามาแก้ไขอย่างจริงจังน่าเสียดายยิ่งนักกับเวลาที่สูญเสียไปกับการประชุม สำนวนไทยเคยสอนเราว่า “น้ำขึ้นให้รีบตัก”แต่ก็อีกนั่นแหล่ะเราต้องตักด้วยภาชนะใด วิธีไหน ใครตัก ตักแล้วไปเก็บที่ไหน มิฉะนั้นการลงทุนก็สูญเปล่าเหมือน “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”


          หากท่านได้อ่านประวัติและแนวคิดการทำงานวงการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับโลก แอนิต้า รอดดิกอดีต CEOและผู้ก่อตั้งผลิตภัณฑ์ความงามเน้นหลักธรรมชาติ The body shopเน้นการทำงานกับคนและทำประโยชน์เพื่อการเป็นส่วนหนึ่งรับผิดชอบสังคม(Corporate Social Responsibility) และเคยได้รับรางวัลสินค้าที่คนนิยมในอังกฤษมากที่สุดเป็นอันดับ 2 เป็นต้น สิ่งหนึ่งที่ไม่ต่างจากแนวคิดการดำเนินธุรกิจของบริษัทชั้นแนวหน้าในไทย คือ “คน เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กร”


          เราจะทำอย่างไรให้บริการยอดเยี่ยมที่สุดเสมือนการวิจัยการปลูกถั่วของ เกรเกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel)บิดาแห่งพันธุศาสตร์ ผู้คิดค้นหลักการถ่ายทอดทางพันธุกรรม(ยีน)ของมนุษย์ เมนเดลใช้เวลาทดลองถึง 8 ปีไม่ต่างอะไรไปกับหลายท่านเคยได้ยินเรื่องของพิมพ์เขียวบริการแต่ไม่มีการนำมาใช้และทำอย่างจริงจังโดยทุกสิ่งทุกอย่างมีปัจจัยจากอะไร ?


          1 เดือนที่ผ่านมา ลูกศิษย์ท่านหนึ่งมาปรึกษาในธุรกิจอาหารเสริม เรื่อง ลูกค้าต่างชาติร้องเรียนการส่งสินค้าไม่ตรงเวลาและขอคืนสินค้าทั้งหมด (เพราะเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจของชาวต่างชาติอย่างมาก)รายได้จำนวนไม่ต่ำกว่าหลายล้านบาทของเธอ ? เธอนั่งทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรงและปรับทุกข์ด้วยสีหน้าอิดโรยคำถามของฉันคือกระบวนการแก้ปัญหามีอะไรบ้าง นอกจากยอมรับข้อปฏิเสธจากการผิดสัญญาแบบไม่มีเงื่อนไข?


          เธอประชุมทุกแผนกงานและปรับแผนกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรอย่างเร่งด่วน ไตรมาสแรกนี้ทุกคนในทีมงานต้องได้รับการอบรมพัฒนาเพิ่มขีดศักยภาพการทำงาน ฝ่ายบริหารและหัวหน้างานต้องมีนโยบายมีวิสัยทัศน์ที่ดีเยี่ยมแนวทางเดียวกับบริษัท ทุกคนในบริษัทต้องมีศักยภาพคิดและการแก้ปัญหาที่ดีเยี่ยม เพราะเธอพบว่าการส่งสินค้าผิดเวลามาจากฝ่ายผลิตและจัดส่งรอการเซ็นอนุมัติฝ่ายบริหาร ที่เดินทางไปต่างจังหวัดเร่งด่วน ไม่คิดวิธีการแก้ปัญหาแบบอื่น


          การคิดอย่างแยบยล มีกระบวนการวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนอย่างเมนเดล ตั้งแต่ต้นเหตุมาปลายเหตุและปลายเหตุมาหาความจริง จักทำให้เรามองเห็นจุดเล็กๆที่ต้องแก้ไข กาลิเลโอ เคยกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า “เราไม่สามารถสอนให้คนประสบความสำเร็จได้แต่เราสามารถสอนให้คนค้นหาแนวทางเพื่อความสำเร็จได้ ดังนั้น การเพิ่มพูนความรู้ในงานอย่างต่อเนื่องเป็นอาวุธทางสมองที่เฉียบคม ทุกเทคนิคการทำงาน และองค์ความรู้ที่ได้อบรมมาจะเป็นคลังทางปัญญา เพื่อให้ค้นหาแนวทางการแก้ปัญหาวิเคราะห์ทุกวิกฤติอย่างชาญฉลาด หากองค์กรต้องการคนเก่ง คนดี มีความรู้หนึ่งในนโยบายหลักของการพัฒนาคือ การฝึกอบรมทั้งภายในและภายนอกให้มีทักษะที่ดีเยี่ยมในงานและสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาคือต้องสร้างแรงจูงใจ รางวัลตอบแทนสวัสดิการที่ดีแก่พนักงานในการทำงาน มองเห็นคุณค่าของทุกตำแหน่งเท่าเทียมกัน เพราะองค์กรก็เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ผลิดอกออกผลได้ดีต้องอาศัยรากแก้ว ใบ ลำต้น ในการแผ่กิ่งก้านสาขา เมื่อพายุใหญ่พัดกระหน่ำมากี่ครั้ง รากยังยึดให้ต้นไม้ทรงตัวอยู่ได้ ไม่ไหวเอนไปทางใดดังนั้น หัวใจของการบริการเพื่อสร้างฐานลูกค้าและความรักในแบรนด์สินค้า ที่สำคัญที่สุด คือ ต้องสร้างความจงรักภักดีในตัวพนักงานต่อองค์กร(Organization Royalty)เช่นกัน



โดย โค้ชวีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์
CEO Oriental Phoenix Consultant Co.,Ltd.

สูตรสำเร็จงานประจำตามแนวทาง “ขงจื๊อ”


อบรม,ที่ปรึกษา,ออกแบบระบบ,ติดตามประเมินผล,พัฒนาองค์กร,วิจัยองค์กร



          จำได้ว่าปีก่อน ใช้เวลาในการเดินทางและการขับรถบนท้องถนนเมืองกรุงไม่นานมาก เมื่อนโยบายรถคันแรกขับเคลื่อนออกมา รถนับหลายแสนคันที่อยู่บนท้องถนนอย่างหนาแน่น ทำให้เราทุกคนต้องบวกเวลาเพิ่มในการเดินทางอีกอย่างน้อย 1- 2 ชั่วโมง เท่ากับชาวเมืองกรุงต้องตื่นตัวและวางแผนการบริหารเวลาให้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับปัจจัยความเสี่ยง(Risk Factor)ในชีวิตที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ในแต่ละวัน ไม่ใช่แค่ชีวิตบนรันเวย์ท้องถนนเท่านั้น ประชาชนตาดำๆยังต้องรองรับกับความผันแปรของเศรษฐกิจ ข้าวของเครื่องใช้ที่ราคาสูงขึ้น หยิบจับซื้อสินค้าและบริการประเภทใดเป็นต้องเสียภาษี ไปเสียทุกสิ่ง ล่าสุดได้อ่านข้อความกระทู้ทางอินเตอร์เน็ตที่หลายคนนำมาวิจารณ์ถึงความเป็นจริงความเสมอภาคและความมีเหตุผลคือมีนักวิชาการบางท่านเสนอการเก็บภาษีคนโสด คนที่ตั้งปณิธานครองชีวิตยาวนานด้วยคานทองต้องตื่นตัวเพื่อหาคู่หรืออยู่รองรับภาษีโสด หลายคนจึงมีคำถามว่านี่คือนโยบาย เพิ่มประชากรหรือทำให้ประชากรรายได้ลดกันแน่ มาตรการค่าครองชีพวันละ 300 บาท ทำให้คุณภาพชีวิตแรงงานดีขึ้นแต่ไม่ต่างอะไรที่สินค้ายกระดับราคาสูงขึ้นตามไป คุณภาพชีวิตคนเมือง คนทำงานประจำไม่ต่างอะไรกับรอโอกาสฟ้าประทานโชค รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยมีนโยบายแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น แต่ไม่เคยแก้ได้หมด ไม่เช่นนั้นประเทศไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ดูจากประติมากรรมเสาหินโฮปเวลที่ตั้งตระหง่าน ขวางสายตาคนกรุงเทพ เพราะอะไรน่ะหรือ? จิตสำนึกของคนใช่หรือไม่?ที่ไม่รู้จักพอไม่มีศีลธรรมจรรยาบรรณ ข่าวการจับอดีตนักการเมืองชื่อดังหลายคนที่คดโกงประเทศมีมากมายและหลายข่าวเป็นเพียงหมายจับ เจ้าของคดีความหนีข้ามประเทศไปเสวยสุขแดนไกลแบบหายเงียบเข้ากลีบเมฆ


          เมื่อหลายสิ่งในสังคมไม่ได้เอื้อประโยชน์สุขแก่พนักงานประจำ แล้วจะใช้ชีวิตแบบมีความสุขอย่างไร ?ได้อ่านปรัชญาแนวคิดของขงจื๊อตอนหนึ่งว่า “ผู้ที่ปกครองด้วยคุณธรรมอาจเสมือนดาวเหนือซึ่ง

 ไม่เคยเคลื่อนย้ายไปไหน ขณะที่ดาวทุกดวงต้องหันหน้าเข้าหา” ถ้าเปรียบกับสำนวนไทยนั่นคือ“เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม” เราคงไม่สามารถรวยเป็นเศรษฐีขึ้นมาทันทีจากรายได้ประจำแต่เราสามารถทำงานอย่างมีความสุข ประสบความสำเร็จในหน้าที่ได้ ทุกสิ่งอย่างนั้นอยู่ที่“ความคิดและจิตใจ”

 ที่เปี่ยมด้วยด้านบวกกับชีวิต เพราะหากเราจมอยู่กับปัญหาในสังคมที่เราไม่ได้ก่อแต่เป็นปัจจัยทาสังคม ที่มากระตุ้นหรือรับรู้ทางข่าวสาร ดังนั้น ความคิดทำให้คนรู้สึก ความรู้สึกทำให้คนมีการกระทำการกระทำให้คนประสบความสำเร็จ ความสำเร็จทำให้คนมีความสุขได้ใน 24 ชั่วโมงของการใช้ชีวิต


          คุณหายใจเข้าออกไปกี่ครั้ง? โดยประมาณ คำตอบคือ 43,200 ครั้ง คุณได้ใช้เวลานั้นไปเพื่อความสุขความสำเร็จใดบ้างหรือเพื่อหายใจทิ้งไปวันๆ เมื่อได้ตั้งคำถามกับตนเองแล้วให้เร่งสปีดเพื่อพัฒนาชีวิตใน 1 วันได้รับรอยยิ้ม ความสุข ความสำเร็จ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราได้ทำงานที่ยากกว่าและสิ่งที่เหนือความคาดหมายได้สำเร็จ สารแห่งความสุขเอ็นดอร์ฟินจะหลั่งออกมาทำให้เรามีความสุข มีพลังพร้อมริเริ่มสร้างสิ่งดีๆให้ชีวิตต่อเนื่อง ตามสูตรของการพัฒนาศักยภาพชีวิต “555” คือ สูตรที่หนึ่ง คือ ให้ยิ้มพร้อมกับประโยคคำพูดชื่นชมชมเชย หรือขอบคุณตนเองที่สร้างรอยยิ้มทุกวันก่อนออกจากบ้าน วันละ 5 คำเมื่อไรก็ตามที่ได้มีการฝึกอย่างสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อจะแข็งแรง มีพลัง สมองควรได้รับการฝึกเช่นกัน

เพื่อให้เกิดปัญญาในการทำงาน นั่นคือ อ่านหนังสือทุกวันวันละอย่างน้อย 5 นาที อาจเป็นหนังสือ แนวสร้างสรรค์ ข่าวสาร ปรัชญา หรือสารคดีที่สนใจ หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ครั้งละ 30 นาที บริโภคอาหารที่มีประโยชน์ 5 หมู่ ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เลือกรับประทานเมนูที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวันเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงสารก่อมะเร็งและสูตรที่สาม คือ นั่งสมาธิก่อนเข้านอน วันละ 5 นาทีเพื่อรวบรวมสติ สงบจิตใจ หลับอย่างมีความสุข พร้อมลุกขึ้นทำงานในวันใหม่ด้วยความสดชื่นลองทำดูนะ!!เพื่อเพิ่มศักยภาพในตนเอง


          ดังนั้น งานประจำทำให้เราประสบความสำเร็จ มีความสุข เป็นคนเก่ง คนดี มีคุณภาพได้ และพร้อมจะเติบโตในการงานหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมสิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่เราจะเลือกนำศักยภาพ ในตนเองออกมาให้ได้อย่างถูกต้องและนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่สุดความสามารถแล้วหรือยัง ?



โดย อ.วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์
CEO Oriental Phoenix Consultant Co.,Ltd.